‘บิ๊กติ่ง’ลั่น 7 กกล.กองทัพบกดูแลชายแดนเต็มที่ พร้อมใช้กลไกระดับพื้นที่-ระหว่างประเทศสร้างความมั่นคง ยึดหลักมนุษยธรรมช่วยเหลือผู้หนีภัยความสงบ
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พล.อ.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ เสนาธิการทหารบก ในฐานะโฆษกกองทัพบก(ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลพื้นที่ตามแนวชายแดน ในความรับผิดชอบของกองทัพบกทั่วประเทศ โดยระบุว่า ทบ.มีกองกำลังป้องกันชายแดน ทั้งหมด 7 กองกำลัง ซึ่งได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ในการป้องกันชายแดนทางบก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ยากลำบาก หรือพื้นที่ที่เป็นช่องทางผ่านแดนของทางการ กองทัพบกได้วางและใช้กำลังในการเฝ้าตรวจ ลาดตระเวน สกัดกั้นต่างๆ โดยเฉพาะเมื่อมีสถานการณ์เกิดขึ้น จะอำนวยการทุกการปฏิบัติในพื้นที่ หรือในเรื่องของสถานการณ์ ณ ช่วงนั้นให้คลี่คลายให้เร็วที่สุด นั่นคือสิ่งที่กองทัพบกจะดำเนินการ ส่วนกรณีที่ในพื้นที่ชายแดนทางด้านตะวันตก ซึ่งมีการสู้รบในประเทศเพื่อนบ้าน อาจจะเป็นชนกลุ่มน้อยหรือใครก็แล้วแต่ เช่นในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน, จ.ตาก สิ่งที่สำคัญเราได้ดำเนินการ คือการใช้กลไกคณะกรรมการประสานงานชายแดนในระดับกองทัพภาค ระดับท้องถิ่น มีการพูดคุยกันอยู่ตลอด โดยเฉพาะถ้ามีสถานการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ใดก็ตาม คณะกรรมการชายแดนระดับท้องถิ่น ในระดับผู้ปฏิบัติก็จะมีการพูดคุยกันเสมอ ยกตัวอย่างเช่น การเกิดเหตุการณ์สู้รบในประเทศเพื่อนบ้านแล้วมีพี่น้องประชาชน
ของประเทศเพื่อนบ้านบางส่วนที่ได้รับผลกระทบได้มีการขยับขยายมายังพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวในพื้นที่ฝั่งไทย จะดูแลในด้านมนุษยธรรมในด้านที่พักพิงชั่วคราวและ
พล.อ.สันติพงศ์ กล่าวว่า เมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้วเขาก็กลับไป จะดูแลกันอย่างนี้ หรือการช่วยรักษาพยาบาลกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ หรือว่าบางครั้งในการสู้รบอาจจะมีกระสุน หรืออาจจะมีการปฏิบัติที่รุนแรงกันเกิดขึ้น สิ่งที่สำคัญที่เราจะดำเนินการก็คือมีการพูดคุยกัน ทำความเข้าใจกัน สามารถแจ้งเตือนสิ่งที่เกิดขึ้นต่อกันได้ โดยแจ้งเตือนด้วยการประสานงาน การยิงกระสุนควันแจ้งเตือนว่าเกิดเหตุเกิดการล้ำแดน เมื่อยิงกระสุนควันขึ้นเขาก็จะเห็น ก็จะเข้าใจและระมัดระวัง การแจ้งเตือนที่ผ่านมาสัมฤทธิ์ผลเสมอ และเพื่อนบ้านก็จะให้ความร่วมมือ การปฏิบัติในลักษณะนี้เป็นสิ่งที่เราดำเนินการมาตลอด ดูแลชายแดนและพี่น้องประชาชนให้ปลอดภัยที่สุด
เมื่อมีการถามถึงสถานการณ์ชายแดนด้านจังหวัดตากในขณะนี้ พล.อ.สันติพงศ์ กล่าวว่า มีมาตรการในการทำงานเฝ้าตรวจตลอดแนวชายแดนอยู่แล้ว พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)ได้สั่งการย้ำให้ทุกหน่วยปฏิบัติทุกอย่างให้เรียบร้อย และประชาชนต้องปลอดภัยตลอดแนวชายแดน ส่วนเรื่องการเข้ามาของแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านนั้น รัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ออกมาหลายฉบับแล้ว การเข้ามาของประเทศเพื่อนบ้านไม่ใช่แค่ทางตะวันตกอย่างเดียว มีทั้งจากประเทศเมียนมา ลาว กัมพูชา ในขณะนี้เข้าสู่กระบวนการเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยตามปกติแล้ว อำนวยความสะดวก ในช่องทางที่ถูกต้อง ผู้ที่หลบหนีเข้าเมืองก็น้อยลงไปในช่วงนี้
เมื่อมีการถามถึงจำนวนผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา ในขณะนี้มีมากน้อยเพียงใด พล.อ.สันติพงศ์ กล่าวว่า ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา ตอนนี้เข้ามาในประเทศไทยจำนวนไม่มาก ล่าสุดในสัปดาห์ที่แล้วมีประมาณ 200 กว่าคน แต่ก็เข้า ๆ ออก ๆ ถ้าเหตุการณ์ในประเทศเขาดีแล้วเขาก็กลับไป แต่ถ้ามีอะไรที่เค้ายังไม่มั่นใจในความปลอดภัยเราก็ดูแลกัน ส่วนการยิงกระสุนควันแจ้งเตือนก็มีบ้างเป็นครั้งคราว และก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทหารประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา การดูแลผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา หน่วยงานด้านความมั่นคงได้ดูแลอย่างดีที่สุด นอกเหนือจากหลักสิทธิมุษยชน การเจ็บป่วย และยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด ได้มีการดูแลอย่างเหมาะสม และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ระหว่างทุกภาคส่วน องค์กร โรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดน โรงพยาบาลสบเมย โรงพยาบาลแม่สะเรียงจ.แม่ฮ่องสอน มีการรับผู้หนีภัยความไม่สงบที่บาดเจ็บ เข้ามารักษาในโรงพยาบาล หรือให้การดูแลการคลอดบุตร เป็นต้น
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่